ถกร่าง’พ.ร.บ.คู่ชีวิตฯ’ เล็งใช้แบบฝรั่งเศสแต่หวั่นวุ่น

กรมคุ้มครองสิทธิ์ฯ ถกร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตฯ เล็งใช้รูปแบบฝรั่งเศส ดันบังคับใช้ปลายปี 61 นักวิชาการหวั่นมีปัญหาสังคม คนรุ่นเก่าไม่ยอมรับ แนะแก้กฎหมายให้ได้ประโยชน์ 2 ฝ่าย เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่กรมคุ้มครองสิทธิ์และเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ์ฯ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การจดทะเบียนคู่ชีวิต พ.ศ. …ว่า กระทรวงยุติธรรมมีแนวคิดยกร่างมาตั้งแต่ปี 2556

ต่อมาคณะกรรมการพัฒนากฎหมายของกรมคุ้มครองสิทธิ์ฯ ได้เห็นชอบในหลักการ แต่มีข้อเสนอให้ศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายของต่างประเทศ ระบบการจดทะเบียนตลอดจนพูดคุยกับองค์กรทางศาสนา ซึ่งอาจจะมีความขัดแย้ง โดยการร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของกลุ่มหลากหลายทางเพศอัตลักษณ์ทางเพศ ที่มีผลบังคับใช้ระหว่างปี 2557-2561 ทั้งนี้ การประชุมวันนี้มีข้อยุติถึงรูปแบบของกลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศ ซึ่งแนวโน้มอาจใช้รูปแบบของประเทศฝรั่งเศส เริ่มจากการเป็นหุ้นส่วนชีวิต ก่อนพัฒนาเป็นคู่ชีวิตเพื่อให้สังคมมีโอกาสเรียนรู้ปรับตัวทำความเข้าใจก่อนพัฒนาไปสู่การแต่งงานของกลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศ แม้ในวันนี้สังคมยอมรับการมีอยู่ของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ แต่ในทางกฎหมายยังไม่รับรองสิทธิ์ของกลุ่มคนเหล่านี้ หลังจากนี้คณะกรรมการจะประชุมต่อเนื่องโดยวางกรอบระยะเวลาให้กฎหมายฉบับนี้ควรจะแล้วเสร็จมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปี 2561 หรือต้นปี 2562

ด้านนายวิทิต มันตาภรณ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้กระแสระหว่างประเทศยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการแต่งงานในเพศเดียวกัน ที่ผ่านมาเคยมีคดีขึ้นสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สหประชาชาติซึ่งมีข้อตัดสินว่าไม่รับจดทะเบียนสมรสให้กับคนเพศเดียวกัน แต่ประมาณ 50 ประเทศทั่วโลกมีกฎหมายเปิดให้มีการจดทะเบียนคู่ชีวิตหรือการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน เช่น อเมริกา แคนาดา ออสเตรเรีย และประเทศในโซนยุโรป สำหรับทวีปอเมริกาใต้ศาลสิทธิมนุษยชนมีคำตัดสินให้รัฐต้องจดทะเบียนสมรสให้กับคนเพศเดียวกัน โดยคำตัดสินดังกล่าวมีผลครอบคลุมทุกประเทศในอเมริกาใต้ ส่วนในทวีปเอเชียยอมให้มีการแต่งงานของคนเพศเดียวกันที่ประเทศไต้หวัน ส่วนไทยและเวียดนามอยู่ระหว่างริเริ่มยกร่างกฎหมายให้มีการจดทะเบียนคู่ชีวิต. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews